การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) เป็นหนึ่งในหัตถการทางทันตกรรมที่หลายคนมักเข้าใจผิด คิดว่าเป็นขั้นตอนที่เจ็บปวดและน่ากลัว ทั้งที่ความจริงแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้กระบวนการนี้ปลอดภัย และช่วยรักษาฟันธรรมชาติไว้ได้นานขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีคลินิกทันตกรรมคุณภาพ เช่น ในจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้คอยให้บริการอย่างครบวงจร บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจว่า การรักษารากฟัน คืออะไร จำเป็นเมื่อไร และมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
การรักษารากฟันคืออะไร?
การรักษารากฟันคือกระบวนการทำความสะอาดโพรงประสาทฟันและรากฟันเพื่อนำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก จากนั้นจึงปิดผนึกด้วยวัสดุเฉพาะเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ เป็นวิธีรักษาฟันที่ติดเชื้อหรือมีการอักเสบอย่างรุนแรง โดยไม่ต้องถอนฟันทิ้ง
สาเหตุที่ต้องรักษารากฟัน
- ฟันผุจนถึงชั้นโพรงประสาท
- ฟันแตกหรือหักลึกถึงราก
- ฟันได้รับการกระแทกจนเส้นประสาทภายในฟันเสียหาย
- มีฝีหนองบริเวณปลายรากฟัน

ขั้นตอนของการรักษารากฟัน
- เอกซเรย์และวินิจฉัย – ทันตแพทย์จะตรวจและเอกซเรย์เพื่อประเมินความเสียหาย
- ฉีดยาชา – เพื่อระงับความเจ็บปวดระหว่างการรักษา
- เปิดโพรงฟัน – เจาะเข้าไปยังโพรงประสาทเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ
- ทำความสะอาดและใส่วัสดุอุดชั่วคราว
- นัดทำการอุดรากฟันถาวร และอาจใส่ครอบฟันเพื่อป้องกันการแตกในอนาคต
การดูแลหลังรักษารากฟัน
- หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งฝั่งฟันที่เพิ่งรักษา
- รักษาความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ
- เข้าพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจติดตามผล
- หากทันตแพทย์แนะนำให้ใส่ครอบฟัน ควรดำเนินการตามคำแนะนำเพื่อยืดอายุฟันที่ได้รับการรักษา
FAQs
A: ไม่เจ็บอย่างที่หลายคนคิด เพราะทันตแพทย์จะใช้ยาชาช่วยให้ผู้ป่วยสบายที่สุด และหลังทำอาจมีอาการปวดเล็กน้อยซึ่งมักหายได้ภายในไม่กี่วัน
A: โดยทั่วไปใช้เวลา 1-3 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของฟันแต่ละซี่
A: การปล่อยฟันที่ติดเชื้อไว้ อาจทำให้การติดเชื้อลุกลามไปยังกระดูก หรือเกิดฝีหนองที่อาจกระทบต่อสุขภาพโดยรวม และสุดท้ายอาจต้องถอนฟัน
A: ได้ หากดูแลอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะถ้าใส่ครอบฟันเพื่อป้องกันการแตกซ้ำ ฟันซี่นั้นสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ